ปส.โชว์ผลงานจับเครือข่ายค้ายาเสพติดส่งขายต่างประเทศมูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท

ปส.โชว์ผลงานจับเครือข่ายค้ายาเสพติด ขณะลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือและแถบอีสาน ส่งขายต่างประเทศ โดยใช้พื้นที่ภาคใต้เป็นทางผ่าน ยึดยาเสพติดหลายชนิด มูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ รวม 9 คดี ผู้ต้องหา 16 คน ยาบ้ากว่า 5,700,000 เม็ด ยาไอซ์กว่า 40 กิโลกรัม เฮโรอีน 20 กิโลกรัม ยาเคผง 6 กิโลกรัม ยาเคน้ำ 12 ขวด มูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท โดยมีคดีที่น่าสนใจ อาทิ

คดีแรก จับกุมนายนริศราวุฒิ ขันสีโพธิ์ ชาวจังหวัดมหาสารคาม พร้อมเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม ยาไอซ์ 2 กิโลกรัม โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนบ้านทุ่งโป่งสามัคคี อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู หลังสืบทราบว่าจะมีการนำเข้ายาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทาง อ.สังคม จ.หนองคาย ส่งไปขายต่างประเทศ โดยใช้เส้นทางลำเลียงผ่านทาง จ.นราธิวาส

คดีที่ 2 จับกุมนายเศรษฐาลี อัญมณี เครือข่ายยาเสพติดในภาคเหนือตอนล่าง พร้อมยาบ้า 1 ล้านเม็ด รถกระบะ 2 คัน โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนพหลโยธิน ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

คดีที่ 3 จับกุมนายกวิภัฎ รอดนุช และนายชัยธวัช อรรถวิทย์ ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 104/185 หมู่บ้านไอดีซายน์ ถ.เลียบคลองสอง เขตคลองสามวา พร้อมยาเสพติด จำนวน 1,540,000 เม็ด อาวุธปืน 2 กระบอก

คดีที่ 4 จับกุมนายดิสสพันธ์ ชีวะโอสถ และนายอิสรภาพ โรจน์สุกิจ พร้อมยาบ้า 1,133,800 เม็ด ยาไอซ์ 8.2 กิโลกรัม เคตามีนชนิดผง 6 กิโลกรัม เคตามีนชนิดน้ำ 62 ขวด โดยจับกุมได้บริเวณลานจอดรถใต้อาคารเดอะคีย์ ถ.แจ้งวัฒนะ จากนั้นขยายผลจับกุมนายนิธิกร โชติช่วง พร้อมพวกรวม 3 คน ยึดยาบ้าเพิ่มอีก 1.2 ล้านเม็ด รถกระบะ 2 คัน โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 222/771 หมู่บ้านธนทรัพย์สิน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

คดีที่ 5 จับกุมนายสนธยา ญาติเสมอ ชาวจังหวัดชลบุรี พร้อมยาบ้า 402,200 เม็ด โดยจับกุมได้ภายในห้องพักอาคารอมตะมิราเคิล จ.ชลบุรี สอบสวนสารภาพรับยาบ้ามาจากเครือข่ายใน จ.นครสวรรค์ จึงขยายผลจับนายสมชาย แก้วโพธิพระ พร้อมพวกรวม 3 คน ยาบ้า 521,480 เม็ด รถกระบะ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง โดยจับกุมได้บริเวณพื้นที่ว่างข้างกำแพงที่ทำการไฟฟ้า อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ยาเสพติดทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน โดยพบเป็นของกลุ่มผู้ผลิต ทั้งว้าเหนือและว้าใต้ มีการลำเลียงยาเสพติดผ่านทางด่านชายแดนภาคเหนือ ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาด้าน อ.สังคม จ.หนองคาย โดยมีการลำเลียงมาขายในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ ส่วนยาไอซ์จะมีการลำเลียงส่งขายยังต่างประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะยังคงเน้นการปราบปราม ตัดเครือข่ายยาเสพติด และขยายผลยึดทรัพย์ต่อไป โดยทั้งหมดถูกแจ้งดำเนินคดีหลายข้อหา อาทิ ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย นำหรือพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ หมู่บ้าน โดยไม่ได้รับอนุญาต.-สำนักข่าวไทย

This entry was posted in News.