เบาหวานกับสุขภาพช่องปาก

การเป็นเบาหวานส่งผลทำให้ติดเชื้อง่าย แผลหายช้า จึงอาจส่งผลต่อการรักษาทางทันตกรรมบางประเภท โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับศัลยกรรม เช่น การถอนฟัน การผ่าตัดเหงือกและกระดูก การฝังรากฟันเทียม การรักษาคลองรากฟัน เป็นต้น
เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญ เนื่องจากเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิต ปัญหาแทรกซ้อนของเบาหวานด้านหนึ่งที่คนทั่วไปอาจไม่ทราบหรือไม่ได้นึกถึง คือ ผลของเบาหวานต่อสุขภาพช่องปาก ภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานต่อช่องปากมีสาเหตุเช่นเดียวกับโรคแทรกซ้อนในอวัยวะอื่น ๆ นั่นคือ เป็นผลจากการติดเชื้อง่าย แผลหายช้า และหลอดเลือดหนาตัวหรือตีบ เบาหวานทำให้ความชุกและความรุนแรงของการเกิดโรคปริทันต์อักเสบเพิ่มมากขึ้น โรคปริทันต์เป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในคนไทย เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยสูญเสียฟัน และมีการทำลายของกระดูกขากรรไกร ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคปริทันต์มากกว่าผู้ไม่เป็นเบาหวาน ในทางกลับกันโรคปริทันต์ทำให้การควบคุม ระดับนํ้าตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานทำได้ยากขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุม ระดับนํ้าตาลในเลือดได้ไม่ดี ทำให้ทันตแพทย์ต้องระมัดระวังมากขึ้นเมื่อต้องให้การรักษาทางทันตกรรมบางประเภท

โรคปริทันต์ (Periodontal Disease) คืออะไร โรคปริทันต์หมายถึงโรคที่เกิดกับเนื้อเยื่อหรืออวัยวะรอบ ๆ ตัวฟัน ได้แก่ เหงือก เนื้อเยื่อปริทันต์ และกระดูกหุ้มรากฟัน โรคปริทันต์มีสาเหตุมาจากเชื้อจุลินทรีย์บริเวณขอบเหงือกและร่องเหงือกขับสารพิษออกมา ในระยะแรกอาจไม่มีอาการแสดงให้เห็น ต่อมาเมื่อมีการทำลายอวัยวะรอบ ๆ ตัวฟัน มีเหงือกอักเสบบวมแดง เนื้อเยื่อปริทันต์ฉีกขาด กระดูกหุ้มรากฟันละลายและเหงือกร่น อาจมีอาการปวดบวม ฟันโยกและหลุดในที่สุด โรคปริทันต์อักเสบรุนแรงในผู้ป่วยเบาหวานทำให้ความเสี่ยงต่อการควบคุมระดับนํ้าตาลได้ไม่ดีเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า และการรักษาโรคปริทันต์อักเสบด้วยการขูดหินนํ้าลายและเกลารากฟัน ร่วมกับการสอนให้ผู้ป่วยมีอนามัยช่องปากที่ดี อาจช่วยทำให้การควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดดีขึ้น
อาการและอาการแสดงในช่องปาก อื่น ๆ ที่มักพบในผู้ป่วยเบาหวานนอกจากโรคปริทันต์ ได้แก่ มีภาวะนํ้าลายน้อย ปากแห้ง แสบร้อนในช่องปาก และอาจมีการรับรสเปลี่ยนไป มีกลิ่นปาก และเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาส (opportunistic infection) ในช่องปากได้ง่าย เช่น เชื้อรา แบคทีเรียและไวรัส และแผลในปากหายช้าลง
การศึกษาในคนไทย 2,775 คน ที่มีอายุ 50-73 ปี พบว่าความเสี่ยงต่อการเป็นโรคปริทันต์อักเสบรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในผู้มีอายุมาก มีประวัติการสูบบุหรี่และในผู้ที่เป็นเบาหวาน การสำรวจสุขภาพอนามัยและโภชนาการของประชากรอเมริกัน พบว่าผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดได้ไม่ดี มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปริทันต์อักเสบเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับคนปกติที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน ความเสี่ยงนี้ขึ้นกับระยะเวลาที่เป็นเบาหวานและความสามารถในการควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดของตัวผู้ป่วยเป็นสำคัญ
การเป็นเบาหวานส่งผลทำให้ติดเชื้อง่าย แผลหายช้า จึงอาจส่งผลต่อการรักษาทางทันตกรรมบางประเภท โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับศัลยกรรม เช่น การถอนฟัน การผ่าตัดเหงือกและกระดูก การฝังรากฟันเทียม การรักษาคลองรากฟัน เป็นต้น การเป็นเบาหวานส่งผลให้การรักษาคลองรากฟันมีความสำเร็จน้อยลง และแม้รักษาสำเร็จแต่เมื่อติดตามระยะยาวมักพบอาการเนื้อเยื่อรอบรากฟันอักเสบ ทำให้ฟันซี่นั้นมีโอกาสถูกถอนมากกว่าคนปกติ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ควบคุมโรคเบาหวานไม่ได้ หรือกรณีการฝังรากเทียม หากผู้ป่วยควบคุมระดับนํ้าตาลได้ดี การฝังรากเทียมมักประสบความสำเร็จใกล้เคียงกับคนทั่วไป โดยเฉพาะในช่วง 6 ปีแรก แต่ในระยะยาวที่ติดตามถึง 20 ปี อัตรารอดของรากฟันเทียมในผู้ป่วยเบาหวานอาจลดลงบ้าง แต่หากผู้ป่วยควบคุมระดับนํ้าตาลได้ไม่ดี อาจมีปัญหาการเชื่อมติดของกระดูก ทำให้เสี่ยงต่ออาการอักเสบบริเวณรอบ ๆ รากฟันเทียมและทำให้การรักษาล้มเหลวได้ การดูแลภายหลังการรักษาจะต้องดูแลผู้ป่วยให้มีช่องปากที่สะอาดเป็นพิเศษ เพื่อลดโอกาสเกิดการอักเสบบริเวณรอบรากฟันเทียม และต้องควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดให้ได้ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรักษาประสบความสำเร็จ บางครั้งทันตแพทย์อาจต้องให้ยาปฏิชีวนะและนํ้ายาบ้วนปากกลุ่มคลอเฮกซิดีน ร่วมด้วย
ข้อแนะนำเรื่องการดูแลช่องปากในผู้ป่วยเบาหวาน
คำแนะนำของสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ แนะนำว่าผู้ป่วยเบาหวานควรได้รับคำแนะนำในการดูแลช่องปากตนเองเป็นพิเศษ โดยการทำความสะอาดช่องปากและฟันปลอมทุกวัน ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และอาจต้องใช้ฟลูออไรด์เสริมอื่นๆ หรือ อมนํ้ายาบ้วนปากคลอเฮกซิดีน ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ควรมาพบทันตแพทย์ทุก 3-6 เดือน ผู้ป่วยเบาหวานควรเลิกสูบบุหรี่ เพราะนอกจากจะมีผลดีต่อเบาหวานโดยตรงแล้ว ยังมีผลดีต่อสุขภาพช่องปากด้วย ส่วนประเทศไทยเราเอง นอกจากคำแนะนำจากหน่วยงานด้านทันตสุขภาพแล้ว ยังมีแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวานที่ออกโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2557 แนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานไปรับการตรวจสุขภาพช่องปากประจำปีได้ฟรี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
/ขอบคุณ สสส